| หมวดที่ 1 ความทั่วไป |
| ข้อ 1 |
สมาคมนี้มีชื่อว่า
สมาคมอินเทอร์เน็ต เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า
Internet Association ย่อว่า INTERNET |
| ข้อ 2 |
เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นส่วนหนึ่งของข่าย
โดยมีตัวอักษรชื่อย่อของสมาคมเป็นภาษาอังกฤษอยู่ข้างใน
และมีชื่อของสมาคมภาษาไทยอยู่ใต้เครื่องหมาย

|
| ข้อ 3 |
สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่
ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา
ถนนบางนา-ตราด กม. 26 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
10540 |
| ข้อ 4 |
วัตถุประสงค์ของสมาคม
เพื่อ
| 4.1 |
เพื่อส่งเสริมการศึกษา
การค้นคว้าวิจัยและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอินเตอร์เนต และวิทยาการที่เกี่ยวข้อง |
| 4.2 |
เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านอินเตอร์เนต
ให้ผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่
ในองค์กร ต่างๆ ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและเอกชน
ตลอดจนนักศึกษา อาจารย์และสมาชิกสมาคมต่าง ๆ ที่สนใจ |
| 4.3 |
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์อินเตอร์เนตให้กับองค์กร
และสมาคมต่างๆ ในประเทศไทยและต่างประเทศ |
|
| ข้อ 5 |
สมาชิกของสมาคมมี
3 ประเภท คือ
| 5.1 |
สมาชิกกิตติมศักดิ์
ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ
หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม
ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม |
| 5.2 |
สมาชิกสามัญ
ได้แก่ บุคคลที่สนใจในอินเตอร์เนต
ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญตามระเบียบของสมาคม
และสมาคมได้รับเข้าให้เป็นสมาชิกสามัญ |
| 5.3 |
สมาชิกสถาบัน
ได้แก่ หน่วยงาน บริษัท องค์การ หรือสมาคม
ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสถาบันตามระเบียบของสมาคม
และสมาคมได้รับเข้าให้เป็นสมาชิกสถาบัน |
|
| หมวดที่ 2 สมาชิก |
| ข้อ 6 |
การเข้าเป็นสมาชิก
ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคม ต่อนายกสมาคม
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคม
เมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมลงมติรับเข้าเป็นสมาชิกแล้ว
จึงมีฐานะเป็นสมาชิกของสมาคมได้ |
| ข้อ 7 |
ค่าลงทะเบียน
และค่าบำรุงสมาคม
| 7.1 |
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาคมไม่เรียกเก็บค่าบำรุงจากสมาชิกกิตติมศักดิ์
แต่สมาชิกกิตติมศักดิ์อาจจะบริจาคเงินช่วยเหลือกิจการของสมาคม
ตามแต่สมาชิกกิตติมศักดิ์ แต่ละท่านจะเห็นสมควร |
| 7.2 |
สมาชิกสามัญ
ค่าบำรุงปีละ 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) |
| 7.3 |
สมาชิกสถาบัน
ค่าบำรุงปีละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) |
| 7.4 |
สมาชิกตลอดชีพ
ให้เสียค่าบำรุงครั้งเดียวเป็นเงินสิบเท่าของอัตราที่ต้องเสียเป็นรายปี |
|
| ข้อ 8 |
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
| 8.1 |
สมาชิกทุกคนมีหน้าที่ที่จะให้ความสนับสนุน
ร่วมมือร่วมใจซึ่งกันและกันทุกวิถีทาง
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสมาคมตามที่กำหนดไว้ |
| 8.2 |
สมาชิกสถาบันที่เสียค่าบำรุงมีสิทธิส่งผู้แทน
เข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม ได้ไม่เกินสถาบันละ 2 คน
ผู้แทนสมาชิกสถาบันมีสิทธิ เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญทุกประการ
ยกเว้นสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน |
| 8.3 |
สมาชิกมีสิทธิทุกอย่างตามที่สมาคมกำหนดไว้ในระเบียบของสมาคม
อาทิเช่น การประดับเครื่องหมายของสมาคม การรับวารสาร
การเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ หรือประชุมสามัญประจำปี
หรือประชุมต่าง ๆ หรือกิจกรรมอื่นที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
การออกเสียงลงคะแนน การรับแต่งตั้งเป็นกรรมการของสมาคม |
|
| ข้อ 9 |
การขาดจากสมาชิกภาพ
| 9.1 |
ตาย |
| 9.2 |
ลาออก
โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงคณะกรรมการ |
| 9.3 |
คณะกรรมการมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน
เมื่อสมาชิกผู้นั้น
| • |
ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาของศาล
(เว้นแต่ในความผิดลหุโทษหรือฐานประมาท)
หรือถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไร้ความสามารถ |
| • |
ค้างชำระค่าบำรุงสมาคมติดต่อกัน
2 ปี |
|
|
| หมวดที่ 3 คณะกรรมการบริหาร |
| ข้อ 10 |
คณะกรรมการบริหาร
ประกอบด้วย กรรมการไม่น้อยกว่า 9 คน และไม่มากกว่า 30 คน
โดยมีนายกเป็นผู้ที่ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งขึ้นมา โดยนายกแต่งตั้งกรรมการทำหน้าที่ต่างๆ
ซึ่งได้แก่
| 10.1 |
อุปนายก |
| 10.2 |
เลขาธิการ |
| 10.3 |
เหรัญญิก |
| 10.4 |
นายทะเบียน |
| 10.5 |
ปฏิคม |
| 10.6 |
กรรมการอื่นๆ
ตามความเหมาะสม |
|
| |
คณะกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งคราวละ
2 ปี กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว
อาจได้รับเลือกเป็นกรรมการใหม่ได้ |
| ข้อ 11 |
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
| 11.1 |
บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม |
| 11.2 |
กำหนดระเบียบและวิธีการ
ซึ่งไม่ขัดแย้งต่อวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม |
| 11.3 |
นายกมีหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคม
และเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการที่
เกี่ยวกับบุคคลภายนอก |
| 11.4 |
อุปนายก
มีหน้าที่ทำการแทนนายกเมื่อนายกไม่สามารถทำการได้และเป็นผู้ช่วยนายก
และปฏิบัติการใดๆ ที่นายกมอบหมายให้ |
| 11.5 |
เลขาธิการ
มีหน้าที่นัดการประชุมกรรมการ การประชุมใหญ่
จัดและรักษารายงานการประชุม ติดต่อกับสมาชิกและบุคคลภายนอกในเรื่องทั่วๆ
ไป
และกิจการอื่นที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคม |
| 11.6 |
เหรัญญิก
มีหน้าที่รับจ่ายและรักษาเงิน ตลอดจนการทำบัญชี และรักษาเอกสารต่างๆ
เกี่ยวกับการเงิน |
| 11.7 |
นายทะเบียน
มีหน้าที่ทำการรักษาทะเบียนสมาชิกตลอดจนเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับสมาชิก
|
| 11.8 |
ปฏิคม
มีหน้าที่ต้อนรับสมาชิก และแขกของสมาคมหรือสมาชิก
และรักษาสถานที่ของสมาคมและพัสดุ |
|
| ข้อ 12 |
กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่ง
| 12.1 |
ถึงกำหนดออกตามวาระ
2 ปี |
| 12.2 |
ขาดจากสมาชิกภาพของสมาคม |
| 12.3 |
ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ |
| 12.4 |
ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียง
ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด |
|
| ข้อ 13 |
ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลง
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น
และกรรมการผู้ได้รับการแต่งตั้งซ่อมนั้น จะดำรงตำแหน่งได้เท่าวาระของผู้ที่ตนแทน
คณะกรรมการจะดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่นายกได้รับการเลือกตั้ง
ไปจนกว่าที่ประชุมใหญ่จะเลือกตั้งนายกใหม่ |
| ข้อ 14 |
อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการที่ปรึกษา
| 14.1 |
กรรมการที่ปรึกษามีสิทธิเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณา
กิจการของสมาคม หรือให้ข้อคิดเห็นในการดำเนินงานต่างๆ
แต่ไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน |
| 14.2 |
กรรมการที่ปรึกษาอยู่ในตำแหน่งได้เท่าวาระของกรรมการบริหาร |
| 14.3 |
กรรมการที่ปรึกษาซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว
อาจจะได้รับเชิญเข้าเป็นที่ปรึกษาอีกครั้งได้ |
|
| ข้อ 15 |
การประชุมคณะกรรมการ
จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า 5 คน หรือครึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม |
| ข้อ 16 |
มติของที่ประชุมกรรมการ
ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด |
| ข้อ 17 |
การเรียกประชุมคณะกรรมการเป็นกรณีพิเศษ
กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน มีสิทธิขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการเป็นกรณีพิเศษได้
เมื่อมีเหตุผลอันสมควร ให้นายกเรียกประชุมคณะกรรมการตามคำขอทันที
โดยแจ้งให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน |
| หมวดที่ 4 การประชุมใหญ่ |
| ข้อ 18 |
ให้มีการประชุมใหญ่ทุกปี
เพื่อพิจารณาระเบียบวาระต่อไปนี้
| 18.1 |
เพื่อพิจารณารายงานกิจกรรมของคณะกรรมการบริหารเกี่ยวกับกิจการของสมาคม
ซึ่งคณะกรรมการคณะนั้นได้บริหารมา |
| 18.2 |
เพื่อพิจารณาและอนุมัติบัญชีงบดุลสำหรับปีที่ล่วงมาแล้ว |
| 18.3 |
เพื่อเลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี |
| 18.4 |
เพื่อปรึกษาพิจารณาอื่น
ๆ |
|
| ข้อ 19 |
ให้มีการประชุมใหญ่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน |
| ข้อ 20 |
คณะกรรมการอาจเรียกประชุมใหญ่ก็ได้
หรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 คน
จะลงชื่อร้องขอให้มีการประชุมใหญ่โดยกำหนดนัดประชุมภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่สมาชิกร้องขอ |
| ข้อ 21 |
จะต้องแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
7 วัน |
| ข้อ 22 |
จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ญัตติใดๆ เว้นแต่ที่เสนอโดยคณะกรรมการ หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง
ต้องมีสมาชิกรับรอง 10 คน เป็นอย่างน้อย
สมาชิกทุกประเภทมีสิทธิเข้าฟังการประชุมและแสดงความคิดเห็น
แต่สมาชิกสามัญ เท่านั้นมีสิทธิเสนอญัตติและออกเสียงลงคะแนน |
| ข้อ 23 |
ในการประชุมใหญ่สามัญ
ถ้าสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม
ก็ให้นัดประชุมใหม่ภายใน 14 วัน และในการนัดประชุมใหม่นั้น
มีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 20 คน ก็ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ |
| ข้อ 24 |
สมาชิกมีสิทธิลงคะแนนเสียงคนละหนึ่งเสียง
การออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวของสมาชิก |
| ข้อ 25 |
มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงตามข้างมาก
หากคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด |
| หมวดที่ 5 การเงินและการบัญชี |
| ข้อ 26 |
การเงินของสมาคมอยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการ
การจ่ายเช็คของสมาคมต้องประทับตราลงลายมือชื่อกรรมการ 2 คน ร่วมกันคือ
นายกหรืออุปนายกคนใดคนหนึ่งร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ |
| ข้อ 27 |
ให้เหรัญญิกจัดให้มีบัญชีการเงินของสมาคมพร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐาน
ให้ถือต้องตามหลักวิชาการบัญชีการรับเงินทุกประเภทต้องมีหลักฐาน
การรับเงิน การจ่ายเงินทุกรายต้องมีใบสำคัญอันมีรายการจำนวนเงินถูกต้อง
ซึ่งได้รับอนุมัติจากนายกหรือผู้ได้รับมอบหมาย
หลักฐานการรับจ่ายต้องเก็บรักษาไว้เพื่อการตรวจสอบโดยเรียบร้อยครบถ้วน
เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี |
| ข้อ 28 |
ให้นายกสมาคมมีอำนาจจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ ของสมาคม
ได้ไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาท ถ้าเกินกว่านั้นให้ขออนุมัติจากคณะกรรมการก่อน
|
| ข้อ 29 |
เงินของสมาคมเมื่อมีเกินกว่าหนึ่งหมื่นบาท
ให้ฝากในธนาคารหรือบริษัทการเงินในนามของสมาคม |
| ข้อ 30 |
บัญชีของสมาคมสิ้นสุดเพียง
31 ธันวาคม ทุกปี
เหรัญญิกต้องทำบัญชีงบดุลเสนอให้ผู้สอบบัญชีของสมาคมตรวจสอบ
ภายในเวลาอันสมควรพอที่จะเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาตามกำหนด |
| ข้อ 31 |
ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งสมาชิกหรือบุคคลภายนอก
ซึ่งมิใช่เป็นกรรมการสมาคมให้เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี |
| ข้อ 32 |
ถ้าผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งไว้
พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดๆ ก่อนทำการสอบบัญชีเสร็จ
คณะกรรมการมีอำนาจให้บุคคลใดๆ ที่ไม่ใช่กรรมการสมาคมทำการสอบบัญชีแทน |
| ข้อ 33 |
ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพเอกสาร
ทั้งของที่เกี่ยวกับบัญชีและการเงินของสมาคม
และมีอำนาจสอบถามกรรมการ และพนักงานของสมาคม
เพื่อการดังกล่าวนั้นได้ตามความเหมาะสม |
| หมวดที่ 6 การแก้ไขข้อบังคับ |
| ข้อ 34 |
ข้อบังคับนี้
จะแก้ไขเพิ่มเติมได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่
ซึ่งมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่เข้าประชุม |
| หมวดที่ 7 การเลิกของสมาคม |
| ข้อ 35 |
การลงมติเลิกสมาคม
ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด |
| ข้อ 36 |
ในกรณีเลิกสมาคม
ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบบัญชี
เว้นแต่ที่ประชุมลงมติให้เลิกสมาคมนั้นจะได้ลงมติไว้เป็นอย่างอื่น
และเมื่อชำระบัญชีแล้วถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่ให้โอนให้แก่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ |
| หมวดที่ 8 บทเฉพาะกาล |
| ข้อ 37 |
สมาคมอินเทอร์เน็ต
เริ่มดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2541
โดยวาระของคณะกรรมการบริหารชุดแรกให้นับจากวันเริ่มดำเนินการ |